แข้งเทพเปิดตัว ทุ่ม30ล. เล็งติดท็อปไฟฟ์
"หล่อเล็ก" อภิรักษ์ โกษะโยธิน ประธานสโมสร "แข้งเทพ" แบงค็อก ยูไนเต็ด ประกาศทุ่มงบ 30 ล้าน หวังพาทีมติดท๊อปไฟฟ์ ศึกไทยลีก 2010 ให้ได้ ด้านนายขจร เจียรวนนท์ ผู้ถือหุ้นใหญ่จากกลุ่มทรู มั่นใจทีมมีสิทธิ์หยิบถ้วยแชมป์ภายใน 3 ปี
เมื่อวันที่ 9 มี.ค. ที่อาคารทรู ทาวเวอร์ ได้มีการจัดแถลงข่าวเปิดตัวสโมสรพร้อมเปิดเผยผู้สนับสนุนของสโมสรแบงค็อก ยูไนเต็ด ฟุตบอล คลับ โดยมีนายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ประธานสโมสรฯ นางทยา ทีปสุวรรณ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ฝ่ายการศึกษา การกีฬาและการท่องเที่ยว นายขจร เจียรวนนท์ ผู้แทนกลุ่มบมจ.กลุ่มทรู คอปอเรชั่น และแขกผู้มีเกียรติเข้าร่วมงานแถลงข่าวในครั้งนี้อย่างคับคั่ง
โดยนายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ประธานสโมสรแบงค็อก ยูไนเต็ด ฟุตบอล คลับ กล่าวว่า การที่กลุ่มทรู เข้ามาให้การสนับสนุนสโมสร จะทำให้ทีมฟุตบอลพัฒนาไปมากยิ่งขึ้น เพราะกลุ่มทรูมีความเป็นมืออาชีพ และมีช่องทางการสื่อสารครบวงจร สามารถเชื่อมโยงคนในสังคมทุกระดับ ซึ่งส่วนใหญ่สนใจกีฬาวงการฟุตบอลอยู่แล้ว นอกจากนี้ จะเป็นโอกาสดีในการเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจให้กับแฟนๆ ในวงการฟุตบอลแล้ว ยังจะเป็นการเชื่อมโยงและพัฒนาชุมชนแฟนบอลให้มีความแน่นแฟ้นและนำไปสู่ กิจกรรมดีๆ ร่วมกันระหว่างครอบครัว ชุมชนรอบข้างได้เป็นอย่างดี“
"ยิ่งไปกว่านั้น สโมสรแบงค็อก ยูไนเต็ด ฟุตบอล คลับ ยังได้รับความร่วมมือจากกรุงเทพมหานคร จัดตั้งสถาบันสอนฟุตบอลกรุงเทพมหานคร (แบงค็อก ฟุตบอล อคาเดมี ) เพื่อใช้ในการช่วยพัฒนากีฬาฟุตบอลในเมืองไทย สำหรับความพร้อมของสโมสรในฤดูกาลนี้ ได้มีการดึงตัวนักเตะต่างชาติเข้ามาร่วมทีมเพิ่มเติมนำโดย มาซาฮิโร่ ฟูกาซาวา กองกลางตัวริมเส้นชาวญี่ปุ่น ที่เคยค้าแข้งในเจลีก ของญี่ปุ่น และยังมีการเสริมทีมด้วยนักเตะระดับชาติที่มีชื่อหลายคน อาทิ ปฏิพาน เพชรพูล และศัตรูพ่าย ศรีณรงค์ รวมทั้งยังมีแกนหลักที่เป็นกำลังสำคัญของทีม ได้แก่ วีระ เกิดพุดซา ปุณณรัตน์ กลิ่นสุคนธ์ และซาริฟ สายนุ้ย จึงเชื่อว่าด้วยศักยภาพและความพร้อมของนักเตะและสโมสรจะช่วยผลักดันให้ทีม ก้าวขึ้นมาติดอันดับ 1 ใน 5 ของหัวตารางตามที่ตั้งเป้าไว้อย่างแน่นอน แต่ถ้าไม่ได้เป็นไปตามเป้าก็ขอให้มีคะแนนอยู่ในอันดับกลางๆ ขอตารางก็พอใจที่สุดแล้ว"นายอภิรักษ์ กล่าว
นอกจากนี้ "หล่อเล็ก" ยังกล่าวเสริมอีกว่า การแข่งขันไทยพรีเมียร์ลีกครั้งนี้ ถือเป็นจุดเปลี่ยนครั้งประวัติศาสตร์ของสโมสรฯ และเป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจที่สโมสรได้เริ่มพัฒนาและก้าวไปในทิศทางที่ดี ขึ้น โดยเริ่มจากการคว้าแชมป์ ที่หาเงินสนับสนุนช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่ประเทศเฮติ และในการแข่งขันไทยลีกฤดูกาลนี้ สโมสรจำเป็นต้องสร้างฐานแฟนคลับให้มากขึ้นด้วย เพื่อดึงให้คนในกรุงเทพฯ หันมาสนใจกีฬาฟุตบอลมากยิ่งขึ้น รวมทั้งหันมาสนับสนุนและร่วมเชียร์สโมสรแบงค็อก ยูไนเต็ด ฟุตบอล คลับ โดยในปีนี้คาดว่าจะใช้งบประมาณในการปรับปรุงปลี่ยนแปลงเพื่อสโมสรประมาณ 30 ล้านบาท งบประมาณส่วนนี้ยังไม่รวมกิจกรรมและกลยุทธ์การส่งเสริมการตลาด ทั้งนี้ก็เพื่อพัฒนาศักยภาพของวงการกีฬาฟุตบอลให้ก้าวหน้ามากยิ่งขึ้นไปสู่ ระดับสากล"
ด้านนายขจร เจียรวนนท์ ผู้แทนกลุ่มบมจ.กลุ่มทรู คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า กลุ่มทรูให้การสนับสนุนวงการฟุตบอลไทย ซึ่งในปัจจุบันนี้ถือเป็นกีฬาที่กำลังเติบโตและได้รับความนิยมอย่างสูง มั่นใจว่าจะมีส่วนช่วยในการพัฒนาอุตสาหกรรมฟุตบอลที่สามารถสร้างเป็นอาชีพ และรายได้ให้แก่ผู้ที่มีความสามารถเฉพาะทางได้ ดังนั้น กลุ่มทรู จึงเข้าถือหุ้นใหญ่ในสโมสรแบงค็อก ยูไนเต็ด ฟุตบอล คลับ และคาดว่าจะสามารถคว้าแชมป์ได้อีก 3 ปี ข้างหน้า รวมทั้งเชื่อมั่นว่าคอบอลและคอกีฬาทุกระดับจะสามารถเข้าถึงความสนุกสนานใน การแข่งขันฟุตบอลในวงกว้างยิ่งขึ้น และเป็นสื่อกลางในการทำกิจกรรมเพื่อสังคม และพัฒนาชุมชนของแฟนบอลอีกด้วยรวมทั้งการสนับสนุนการพัฒนาวงการฟุตบอลไทยให้ มีความเจริญก้าวหน้าทัดเทียมกับนานาอารยประเทศ
“ในฤดูกาลนี้ ทรูเข้ามาถือครองหุ้นในสโมสรแบงค็อก ยูไนเต็ด ฟุตบอล คลับ ประมาณ 70 % ส่วนจำนวนตัวเลขเม็ดเงินนั้นไม่ขอเปิดเผย ซึ่งการเข้ามาร่วมหุ้นในครั้งนี้ก็เพื่อต้องการร่วมสนับสนุนและพัฒนาวงการ ลูกหนังให้ก้าวไกลทัดเทียมนานประเทศ ส่วนเรื่องการถ่ายทอดสดในเกมการแข่งขันที่แบงค็อก ยูไนเต็ด ฟุตบอล คลับ ลงทำการแข่งขันนั้น กำลังอยู่ในช่วงของการคุยกันว่าจะจัดการและบริหารกันอย่างไร ซึ่งยังเป็นเรื่องของอนาคต “ นายขจร กล่าว
ขณะทีี่ นายสมหมาย ดอกไม้ ผู้จัดการทีมสโมสรแบงค็อก ยูไนเต็ด ฟุตบอล คลับ กล่าวว่า สำหรับการแข่งขันไทยลีกในฤดูกาลนี้ค่อนข้างสนุกและตื่นเต้น เนื่องจากแต่ละสโมสรได้เตรียมความพร้อมกันมาเป็นอย่างดี ซึ่งในฤดูกาลนี้ ทางสโมสรของเราได้นำข้อบกพร่องจากการแข่งขันในปีที่ผ่านมา นำมาปรับปรุงและแก้ไขเพื่อพัฒนาให้สโมสรเป็นทีมที่แข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น รวมทั้งยังต้องการทำตามเป้าหมายที่คาดหวังไว้คือการพัฒนาทีมให้ติดอันดับ 1 ใน 5 หรือไม่ก็ต้องจบฤดูกาลด้วยอันดับกลางๆ ของตาราง รวมทั้งกลับมาทวงความสำเร็จในการครองแชมป์ไทยพรีเมียร์ลีก หลังจากทีสโมสรฟุตบอลมหาวิทยาลัยกรุงเทพ เคยคว้าแชมป์การแข่งขันไทยพรีเมียร์ลีก 2006 หรือไทยลีก ครั้งที่ 10 ( 2548 – 2549 )มาแล้ว


